Are you looking for the best website template for your web project? Look no further as you are already in the right place! WebSite BIGtheme.NET In our website templates section you will find tons of beautiful designs - for any kind of business and of any style. You are in a unique place - join us today
ครอบครัว

ครอบครัว (39)

Fusce quis libero congue, dictum tellus nec, ullamcorper dolor. Fusce maximus turpis at est pulvinar, eu iaculis ligula blandit.

เป็นธรรมดาที่ชีวิตคนเราต้องเจอกับความทุกข์ไม่ว่าจะทุกข์กายหรือทุกข์ใจ และมีหลายคนที่แก้ปัญหาด้วยการจบชีวิตตัวเอง…

เช่นเดียวกับ Heidi Williams ที่ต้องทนทุกข์กับโรคซึมเศร้าอย่างหนักเกือบ 6 เดือน จนตัดสินใจที่จะฆ่าตัวตาย แต่แล้วอะไรก็ดลบันดาลใจให้เธอหันมาออกกำลังกาย และเลือกโยคะมาเป็นตัวเลือกหลัก เธอก็พบว่าชีวิตจเธอพบความสุขขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

การได้ฝึกโยคะทำให้ชีวิตเธอมีสีสันมากขึ้น เธอจึงตัดสินใจที่จะสู้ต่อไปและกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกับเธอ

 

1

 

เธอบอกกับนิตยสาร Mantra Yoga + Health ว่า “ฉันต้องอยู่ในสถานการณ์ ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต เนื่องจากมีปัญหาทางจิตใจ แต่เมื่อได้ฝึกโยคะ ฉันรู้สึกว่าจิตใจสงบลง รู้สึกปลอดภัย ฉันจึงอยากมีชีวิตอีกครั้ง”

หลังจากที่สภาพจิตใจกลับมาปกติแล้ว เธอจึงอุทิศชีวิตของเธอเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ โดยเป้าหมายของเธอคือ อยากเปิดคลาสเรียนโยคะ เพื่อช่วยคนที่เป็นโรคซึมเศร้าโดยเฉพาะ

นอกจากนี้เธอยังได้ใช้สื่อออนไลน์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสุขที่เธอค้นพบจากร่างกายของตนเอง ซึ่งทุกคนสามารถบรรลุเป้าหมายแบบเธอได้

แน่นอนว่าเราอาจจะใช้แนวคิดของเธอ ในการสร้างความสุขให้ตัวเอง ทำอะไรใหม่ๆ และให้ตัวเธอรู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น เธอก็มีความสุขที่จะได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง และเพื่อคนอื่นๆ ต่อไป….

 

2

.

3

.

4

.

5

.

6

.

7

.

8

.

9

.

10

 

ใครที่กำลังเศร้า กำลังท้อ ลองหาวิธีทำให้ชีวิตผ่อนคลายดูนะ ถ้ายังไม่มีวิธี การฝึกโยคะแบบ Heidi ก็น่าสนนะ ลองดูนะคะ.

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก :

Source

        เปิดพระฉายาลักษณ์ พระโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน ในอิริยาบถสุดเริงร่า จัดทำเป็นปฏิทินให้สะสมกัน

         วันที่ 1 กันยายน 2559 เว็บไซต์ usmagazine.com รายงานว่า เพจ Yellow Bhutan อันเป็นหน่วยงานด้านวัฒนธรรมของภูฏาน ได้เผยแพร่พระฉายาลักษณ์ของพระโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน และสมเด็จพระราชินีเจตซัน เปมา พระราชมารดา โดยจัดทำเป็นปฏิทินประจำเดือนกันยายน เปิดให้ประชาชนได้ดาวน์โหลดกัน

         จากภาพซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงบันทึกภาพด้วยพระองค์เอง เผยให้เห็นพระโอรสที่ชาวภูฏานเรียกว่า "กยัลซี" (Gyalsey) อันหมายถึงเจ้าชาย อยู่ในอิริยาบถหลากหลาย สรวลหยอกล้อกับกล้อง เกิดเป็นความน่ารักที่ได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมาก

 

กษัตริย์จิกมี นำพระโอรส เสด็จเยือนบ้านเกิดพระชายาเป็นครั้งแรก

กษัตริย์จิกมี นำพระโอรส เสด็จเยือนบ้านเกิดพระชายาเป็นครั้งแรก

Download ปฏิทินภาพพระโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีเดือนกันยายนได้ที่ลิ๊งค์นี้เลยค่ะ : http://yellow.bt/desktop-calendars-for-september-2016/


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

Source

 

รอยจูบที่คอ ที่เป็นรอยแดงๆ จ้ำๆ วัยรุ่นฝรั่งเรียกว่า Love Bites ศัพท์อย่างเป็นทางการหน่อยจะเรียกว่า Hickeys วัยรุ่นบ้านเราน่าจะเรียกแบบบ้านๆ ว่า รอยจูบ รอยดูดที่คอกันไป วิธีทำให้เกิดรอยแดงๆ ช้ำๆ แบบนี้ ก็แค่จูบที่คอ แล้วออกแรงดูดจนกว่าจะเกิดเป็นรอยจ้ำเลือดขึ้นมานี่แหละ คู่รักบางคู่ทำรอยเอาไว้ที่ต้นคอของอีกฝ่าย เหมือนเป็นสัญลักษณ์ว่า “คนนี้เป็นของฉันคนเดียว” หรือเป็นร่องรอยที่ทำให้ต่างคนต่างคิดถึงค่ำคืนที่หวานหอมนั่นเอง

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล ใครจะมี หรือไม่มี ใครจะทำ หรือไม่ทำ ไม่มีใครห้าม แต่สาเหตุที่ยกมาพูดถึงในวันนี้ เป็นเพราะมีข่าวออกมาว่า คนที่โดนดูดต้นคอ เป็นอันตรายจนถึงชีวิตเนี่ยสิ

 

 

 

 

 

 

 

รอยจูบที่คอ เป็นอันตรายถึงชีวิต

 

การทำรอยจูบ รอยช้ำที่คอ อาจทำให้เลือดคั่งเฉพาะจุด จนอาจอุดตันการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เส้นเลือดในสมองตีบ หรือตัน เมื่อเลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย จึงเกิดอันตรายต่ออวัยวะนั้นๆ ซึ่งต้นคอเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดที่ไหลเวียนโลหิตไปสู่อวัยวะสำคัญมากมาย เช่น สมอง หัวใจ แขน

 

จากข่าวที่มีวัยรุ่นเพศชาย เกิดอาการเส้นเลือดในสมองตีบตันเฉียบพลัน จนทำให้เสียชีวิต และหญิงวัยกลางคนที่แขนชา เป็นอัมพาต ทั้งคู่มีสาเหตุจากการทำรอยจูบที่ต้นคอทั้งสิ้น

 

นอกจากนี้รอยช้ำเลือดที่ว่า ไม่สามารถทำให้หายไปได้ในเร็ววัน ต้องใช้เวลา 2-3 อาทิตย์จนกว่าจะหายไปจนหมด ขึ้นอยู่กับความแรงในการดูด สียิ่งเข้ม ยิ่งหายช้า แถมบางครั้งยังอาจเป็นรอยช้ำเหมือนแผลไปนานกว่านั้น จนเหมือนเป็นแผลเป็นได้ แต่หากอยากลดรอยแดงให้จางลงไปให้ได้มากที่สุด ลองใช้น้ำแข็งหมุนวนบนรอยแดงนั้นเรื่อยๆ อาจช่วยลดความเข้มของรอยแดงลงได้บ้าง

 

แต่ถึงแม้ว่าการทำรอยจูบที่ต้นคอแบบนี้จะมีอัตราเสี่ยงในการเกิดความผิด ปกติของอวัยวะในร่างกายค่อนข้างน้อย แต่คุณคงไม่อยากเป็นส่วนน้อยที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เพราะฉะนั้นหากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงค่ะ เรายังมีวิธีแสดงความรักที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และสุขภาพอีกมากมาย จริงไหมคะ ?


 

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก :

Source

ปัจจุบันกระแสการเล่นสมาร์ทโฟนมาแรง จนเรียกได้ว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดนี้แทบกลายมาเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ไปแล้วก็ว่าได้ แต่สาวๆ รู้มั้ยคะว่าภัยเงียบที่มาพร้อมการติดโซเชียลมีอะไรบ้าง เอาล่ะ ตามมาดูดีกว่า เพราะเราพาคุณมาทำความรู้จักกันแล้ว

โรคซึมเศร้าจากเฟซบุ๊ก (Facebook Depression Syndrome)

ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าโรคซึมเศร้าซึ่งเกิดจากการเล่นเฟซบุ๊กก็มี ซึ่งสาเหตุก็มาจากการที่เราเอาแต่เล่นเฟซเพื่อระบายความรู้สึกเสียเป็นส่วน ใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เหงา เศร้า อ้างว้างก็จะยิ่งโพสต์ระบายความรู้สึกเยอะอย่างไม่รู้ตัว นอกจากนี้ การที่ได้เห็นคนอื่นๆ โพสต์หรืออัพเดทแต่เรื่องราวดีๆ ของชีวิตตัวเอง มันอาจทำให้คุณเก็บกลับมาเปรียบเทียบว่าชีวิตของคุณไม่มีอะไรดีเท่าคนอื่น ทำให้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา รู้สึกนอยด์ จนกลายเป็นอาการซึมเศร้า อีกทั้งในกรณีที่คุณได้รับการปฏิเสธจากการส่งคำร้องขอเป็นเพื่อนก็เป็นอีก หนึ่งสาเหตุที่สะกิดใจ ทำให้รู้สึกแย่หรือเหมือนถูกรังเกียจจนทำให้กลายเป็นภาวะซึมเศร้าสะสมได้ อย่างไม่รู้ตัวด้วยนั่นเอง รู้แบบนี้แล้วก็พยายามลดละเลิกเล่นเฟซบุ๊กจะดีกว่า หันมาใส่ใจคนรอบตัวบ้าง แล้วคุณจะรู้สึกดีขึ้นได้ค่ะ

ภัยเงียบจากการติดโซเชียล ไม่อยากเสี่ยง เลี่ยงจอสมาร์ทโฟนด่วน!

โรควุ้นในตาเสื่อม

จริงๆ แล้ว โรควุ้นในตาเสื่อมมักเป็นโรคที่พบได้ในผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุบันกลับพบว่าคนอายุน้อยๆ ก็ยังสามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นเดียวกัน เพราะในระหว่างวันนอกจากการนั่งทำงานหน้าจอที่ว่าต้องใช้สายตาหนักแล้ว พฤติกรรมการเล่นมือถือบ่อยๆ ย่อมทำให้สายตาต้องรับแสงจากจอเล็กๆ มากยิ่งขึ้น หลายคนอาจคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร แต่หากปล่อยไปนานๆ จนมองเห็นเป็นภาพตาข่าย หยากไย่ หรือเส้นๆ วนไปมาเหมือนยุง อาการแบบนี้แนะนำว่าให้พบแพทย์ด่วน เพราะเป็นอาการของโรควุ้นในตาเสื่อมนั่นเอง และถ้าจะให้ดีก่อนที่โรคนี้จะมาเยือนจนสายเกินไป แนะนำให้พยายามลดการใช้งานสายตากับจอมือถือ หรือจอคอมพิวเตอร์ให้น้อยลงบ้าง ในระหว่างวันอาจจะพยายามมองไปที่ภาพธรรมชาติภายนอก เช่น ท้องฟ้า และต้นไม้สีเขียวๆ ซึ่งการพักสายตาบ่อยๆ และหลับตาพักจะช่วยให้ดวงตาได้รับการผ่อนคลายและป้องกันโรควุ้นในตาเสื่อม ได้มากยิ่งขึ้น

ภัยเงียบจากการติดโซเชียล ไม่อยากเสี่ยง เลี่ยงจอสมาร์ทโฟนด่วน!

โรคสมาร์ทโฟนเฟซ (Smartphone face)

เป็นอีกหนึ่งโรคสุดฮิตของคนติดแชทที่มักพบได้บ่อยๆ สำหรับโรคสมาร์ทโฟนเฟซ (Smartphone face) หรือโรคใบหน้าสมาร์ทโฟน สาเหตุก็มาจากการก้มหน้ามองแต่หน้าจอมือถือ-แท็บเล็ตนานเกินไป จนทำให้กล้ามเนื้อในส่วนคอมีอาการเกร็งและยังเข้าเพิ่มแรงกดบริเวณแก้มได้ อีกด้วย ซึ่งเมื่อแก้มได้รับแรงกดเป็นเวลานานเข้าก็ทำให้เส้นใยอิลาสตินบนใบหน้าเกิด การยืดตัว จนแก้วในบริเวณกรามย้อยลง อีกทั้งกล้ามเนื้อในบริเวณมุมปากก็ยังจะตกมาทางคางอีกด้วย อาการเหล่านี้จะส่งผลทำให้ใบหน้าของเราผิดแปลกไป

ภัยเงียบจากการติดโซเชียล ไม่อยากเสี่ยง เลี่ยงจอสมาร์ทโฟนด่วน!

ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าการติดแชท หรือติดโซเชียลจะนำภาวะอันตรายร้ายแรงมาสู่ร่างกายของเรามากถึงเพียงนี้ หากไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายโดยตรงก็จะมีผลกับทางสภาพจิตแน่นอน ซ้ำร้ายกว่านั้นคือ ผู้ป่วยมีปัญหาทั้งสองอย่างตามมาพร้อมกัน

เห็นแล้วนะคะว่าการติดโซเชียลพ่วงมาพร้อมภัยเงียบแค่ไหน จากนี้ก็พยายามติดสมาร์ทโฟนกันให้น้อยลงจะดีกว่าค่ะ.


 

 

ขอขอบคุณขข้อมูลจาก :

Source

“เพศสัมพันธ์” หรือเรื่อง “เซ็กส์” ก็เป็นเรื่องใหญ่ในการใช้ชีวิตคู่ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์แล้ว เราเชื่อว่าต้องมีปัญหาคาใจอีกมากมายที่อยู่ในหัว ไม่ว่าจะเป็นเซ็กส์ระหว่างตั้งครรภ์มีได้ไหม มีแล้วลูกจะอันตรายหรือเปล่า หรือถ้ามีแล้วจะยิ่งไปกระตุ้นให้คลอดก่อนกำหนดไหม? ไม่ต้องเครียดไปค่ะ เรามีคำตอบมาบอกค่ะ

1 ระหว่างตั้งครรภ์มีเซ็กส์ได้ไหม?

ขณะตั้งครรภ์คุณแม่สามารถมีเซ็กส์ได้ตามปกติแน่นอนค่ะ  และสามารถมีได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนกระทั้งใกล้คลอดเลย จะมีแค่บางช่วงที่ควรลดการมีเซ็กส์ลงบ้าง เช่นตอนตั้งครรภ์ใหม่ๆ เพราะคุณแม่ส่วนมากมักมีอาการแพ้ท้อง เวียนศีรษะ อ่อนเพลียง่าย

 

ส่วนอีกช่วงที่่ควรหลีกเลี่ยงคือ ช่วงใกล้คลอดมากๆแล้ว เพราะช่วงนี้ร่างกายของคุณแม่จะดูค่อนข้างอุ้ยอ้าย แค่นั่งหรือเดินตามปกติก็เหนื่อยแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว ถ้ามามีเซ็กส์ตอนนี้อาจจะทำให้เหนื่อยได้มากกว่าปกติ

ถ้านอกเหนือจากสองช่วงนี้แล้วก็ Go On ได้เลยค่ะ!!!

 

2 มีเซ็กส์แล้วจะเป็นอันตรายต่อลูกไหม ?

เป็นอีกคำถามค้างคาใจ ขอฟังธงตรงนี้เลยว่า ไม่อันตรายต่อลูกน้อยแน่นอน รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ อาจารย์หมอจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ท่านได้เปรียบเทียบไว้เข้าใจมากค่ะ คือลูก ที่อยู่ในท้องก็คล้ายกับก้อนหินที่อยู่ในลูกโป่งใส่น้ำแล้วยัดใส่เข้าไปใน ขวดอีกทีนึง และเจ้าขวดที่ว่าก็มีปากขวดที่ปิดและแข็งแรงพอควร  เวลาที่มีเซ็กส์กัน อวัยวะเพศของสามีอย่างมากก็จะไปโดนแค่บริเวณปากขวดเท่านั้น ไม่มีทางไปโดนตัวลูกแน่นอน

ได้ยินอย่างนี้แล้ว คุณแม่สบายใจได้เลยค่ะ

 

sex during pregnancy

 

3 เวลาถึงจุดสุดยอดลูกจะได้รับอันตรายไหม ?

ที่สุดของการมีเซ็กส์ก็เพื่อสิ่งนี้ ช่วงที่ถึงจุดสุดยอดนั้นจะมีการเกร็งกล้ามเนื้อ และมดลูกอาจจะหดตัวได้ คุณแม่หลายคนก็เป็นกังวลว่ากล้ามเนื้อนั้นจะไปรัดจนลูกเป็นอันตรายหรือเปล่า อันนี้ตอบได้เลยค่ะว่าแรงของกล้ามเนื้อที่หดตัวนั้นไม่ได้มากพอที่จะเป็น อันตรายต่อลูกเลย ไม่ต้องกังวลค่ะ

 

4 มีเซ็กส์จะกระตุ้นให้เจ็บคลอดไหม ?

ข้อนี้ก็เช่นเดียวกับการถึงจุดสุดยอด คือร่างกายของคุณแม่จะมีการตอบรับ แต่การ ที่อวัยวะเพศของผู้ชายไปกระแทกกับปากมดลูก รวมทั้งน้ำอสุจิที่มีการหลั่งขณะมีเซ็กส์ สามารถกระตุ้นให้ปากมดลูกสร้างสารเคมีตัวหนึ่งที่ชื่อว่า พรอสตราแกลนดิน (Prostaglandins) ที่สามารถ ทำให้ปากมดลูกนุ่มขึ้นและกระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัวได้ อย่างไรก็ตาม สารที่สร้างขึ้นมานี้ก็ไม่ได้มากพอจนทำให้คุณแม่เจ็บครรภ์คลอด เป็นปฎิกริยาปกติของร่างกายเท่านั้นเอง ไม่ต้องกังวลอีกเช่นกันค่ะ

 

5 เซ็กส์ตอนท้องจะให้ความรู้สึกเหมือนเดิมไหม ?

 

ในช่วงตั้งครรภ์นอกจากแขน ขา หน้า หรอตัวที่บวมแล้ว ที่บริเวณช่องคลอด และเต้านมก็บวมเช่นกัน การที่อวัยวะสืบพันธุ์มีเลือดมาเลี้ยงมากและบวมขึ้น จะทำให้เวลามีเซ็กส์ คุณแม่ก็จะมีความรู้สึกทางเพศเร็วขึ้นและมากขึ้น  นอกจากนี้แล้วคุณแม่ยังจะรู้สึกว่าช่องคลอดมีการหล่อลื่นดีกว่าตอนไม่ตั้ง ครรภ์ เพราะคนท้องจะมีตกขาวมากกว่าคนปกติ สรุปว่าคนท้องน่าจะมีความรู้สึกทางเพศดีกว่าคนไม่ท้องเสียอีก

 

เพราะฉะนั้นการที่คุณแม่ไม่ความสุขในการ มีเซ็กส์ช่วงตั้งครรภ์นั้น มาจากปัญหาด้านจิตใจล้วนๆค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการกังวล ความเครียด  รู้อย่างนี้แล้ว ทำให้ให้สบาย ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่านะคะ.


 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

Source

     คณะรัฐมนตรี ประกาศ คุณพ่อข้าราชการ ลาคลอดได้ 15 วัน ช่วยคุณแม่เลี้ยงดูลูก โดยได้รับเงินเดือนระหว่างลา ชี้ต้องเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

          วันที่ 29 มิถุนายน 2559 ที่เฟซบุ๊ก SocialMsociety (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ได้ประกาศว่า คณะ รัฐมนตรีอนุมัติให้ "คุณพ่อลาคลอดได้" หากเป็นข้าราชการและลูกจ้างราชการ เพื่อช่วยดูแลคุณแม่และลูกน้อยระหว่างคลอด โดยคุณพ่อข้าราชการมีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาได้ไม่เกิน 15 วัน ถ้าเป็นการลาภายใน 30 วันแรกนับตั้งแต่วันที่คุณแม่คลอด มีสิทธิรับเงินระหว่างลาได้

          ทั้งนี้ นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ข้าราชการชายที่จะลาไปช่วยภรรยาคลอดบุตร จะต้องมีหนังสือรับรองจากภรรยาแนบมาด้วย และต้องจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาให้อนุญาตก่อน หรือในวันที่ลาภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันคลอดบุตร โดยถือให้เป็นสิทธิ์การลาประเภทหนึ่ง ที่ยังได้รับเงินเดือนในระหว่างที่ลา

          ขณะที่ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บอกว่า เห็นด้วยกับสิทธิ์การลาดังกล่าว เป็นเรื่องที่ดีที่คุณแม่จะได้รับกำลังใจจากคุณพ่อที่มาช่วยดูแลลูก ทำให้คุณแม่มีสุขภาพจิตที่ดี น้ำนมไหลมากขึ้น คุณพ่อและลูกน้อยจะมีความรัก ความผูกพันกัน ส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดีขึ้น และผู้เป็นพ่อต้องใช้สิทธิ์ในการลาหยุด 15 วัน ให้เกิดประโยชน์ การให้สิทธิ์ผู้ชาลาไปดูภรรยาจะลดปัญหาครอบครัวได้ และคิดว่าน่าจะช่วยลดอัตราการหย่าร้างของคู่สมรสได้ด้วย

          ส่วนทางด้าน นางสาวกิรกมล ฉายบัณดิษฐ์ จากมูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า กฎหมายลาคลอดต้องมีการผลักดันต่อในเรื่องเชิงนโยบายกับการปฏิบัติ ปลูกจิตสำนึก ค่านิยม ให้ผู้ชายต้องมีส่วนร่วมในการดูแลเลี้ยงลูกกับผู้หญิง เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อแม่ จะต้องรับผิดชอบร่วมกันอยู่แล้ว ส่วนคุณแม่นั้นจะต้องเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย สำหรับคุณพ่อ สามารถลางานมาช่วยคุณแม่แบ่งเบาภาระเรื่องงานบ้านทั้งหลาย เช่น ซักผ้าอ้อม ทำครัว เป็นต้น เพื่อให้คุณแม่ได้มีเวลาดูแลลูกอย่างเต็มที่และมีความสุข อีกทั้งหากลูกได้ดูดนมแม่อย่างต่อเนื่อง ก็จะมีพัฒนาการได้เร็วกว่าเด็กที่ถูกเลี้ยงด้วยนมผง

          สามารถ ดาวน์โหลดตัวอย่าง "แบบใบลาเพื่อดูแลบุตรและภรรยาหลังคลอด" ได้ที่นี่เลยค่ะ.

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

Source

หลังคลอดคุณสามีก็อยากจะแย่อยู่แล้ว แต่ฝ่ายคุณภรรยากลับไม่มีอารมณ์ความรู้สึก มันก็เลยไม่แฮปปี้กันทั้งสองฝ่าย เรามาศึกษาเรียนรู้ผู้หญิงกันก่อนดีกว่าว่า เธอทำต่อมความรู้สึกทางเพศหายไปไหน?


หลังคลอด...ร่างกายไม่เหมือนเดิม
สาเหตุ ที่ทำให้คุณผู้หญิงไม่มีความรู้สึกทางเพศหลังจากคลอดลูกไปแล้วก็มีสาเหตุได้ มากมาย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจและอารมณ์ ความสับสนในบทบาทของการเป็นภรรยากับการเป็นแม่ รวมทั้งความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไประหว่างสามีภรรยา

  • ไม่มั่นใจตัวเองเพราะจากหุ่นเซ็กซี่เห็นแล้วชวนวาบหวาม ก็กลายเป็นตัวกลมพุงห้อยตัวใหญ่เทอะทะ หน้าท้องก็ลาย
  • เต้านมคัดเจ็บไปด้วย ขนาดเดินแกว่งไปแกว่งมายังเจ็บ พอโดนฟัดก็ยิ่งรู้สึกเจ็บเข้าไปใหญ่ ก็เลยไม่ค่อยจะแฮปปี้นัก
  • คนที่คลอดเองช่องคลอดก็ต้องเสียหายไปจากการคลอดบ้าง ถึงแม้จะรีแพร์มาอย่างดีมันก็ไม่ยืดหยุ่นเหมือนของใหม่



คลอดลูก อีกเหตุผลของการเบื่อเซ็กซ์

  • การคลอดเป็นเหตุการณ์ที่เจ็บปวด หากเจ็บปวดทรมานานการคลอดก็มักจะสร้างรอยประทับใจที่ไม่ดีไว้ในส่วนลึกของ ความรู้สึก ทำให้รู้สึกว่าการมีเพศสัมพันธ์แล้วตั้งครรภ์เป็นสาเหตุของความเจ็บปวดที่ ว่านี้
  • เวลาคลอดลูก ของลับก็เลยกลายเป็นของไม่ลับไปซะแล้ว ความรู้สึกทางเพศที่ได้เปลือยกายต่อหน้าสามีก็หดหายไปด้วย
  • ผู้หญิงบางคนพอคลอดลูกแล้วก็เลยมีทัศนคติไม่ดีกับผู้ชาย เกิดเป็นผู้หญิงไหนจะต้องยุ่งยากกับการมีประจำเดือน ต้องมาเหน็ดเหนื่อยกับการแบกครรภ์ ต้องเจ็บปวดเมื่อ คลอด หลังคลอดก็ต้องมาเลี้ยงลูกอีก ยิ่งถ้าสามีเอาแต่นอนไม่เคยมาช่วยเลี้ยงเลยยิ่งทำให้ภรรยารู้สึกแบบนี้มาก ขึ้นไปใหญ่



เป็นเมียหรือแม่ดี

  • ความเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเลี้ยงลูกอาจทำให้ไม่มีอารมณ์โรแมนติกในเรื่องอย่างว่า
  • การที่มีลูกมานอนในห้องอีกคนมันก็ทำให้ฟีลลิ่ง ความรู้สึกไม่โรแมนติกอย่างเมื่อก่อน
  • คุณแม่บางคนที่ยังเข็ดกับการตั้งครรภ์ การคลอด หรือเหนื่อยจากการเลี้ยงลูก แถมยังไม่ได้วางแผนคุมกำเนิดให้เป็นเรื่องเป็นราว จะมีเรื่องที่ต้องกังวลเพิ่มขึ้นมาอีก


พ่อ ผู้ช่วยแบ่งเบาบทบาท" แม่"

เรื่อง ของบทบาทของความเป็นแม่ กับความเป็นเมียนี่แหละสำคัญที่สุด เพราะโดยมากพอมีลูกก็มักจะเล่นบทบาทของความเป็นแม่ซะมากกว่า จนบางทีสามียังนึกว่าเราเป็นแม่ไปอีกคนเลย เรื่องนี้จะต้องช่วยกันทั้งสองฝ่าย โดยคุณพ่อต้องพยายามหาโอกาสแทรกเข้าไปมีบทบาทตรงกลางระหว่างแม่กับลูกเยอะๆ ให้คุณแม่รู้สึกว่าต้องทำหน้าที่บทบาทของความเป็นเมียบ้าง อย่าให้แม่กับลูกยุ่งกันอยู่แค่สองคน แล้วดูเหมือนพ่อเป็นคนนอก ลุยเข้าไปเลย ช่วยกันเลี้ยงเจ้าตัวน้อย ฟัดลูกบ้าง ฟัดแม่บ้าง ให้ดูมีความสัมพันธ์ที่เป็นธรรมชาติ แม้ว่าบางทีมีลูกนอนอยู่ในห้องด้วยกัน หาก ช่วยกันเลี้ยง พอลูกหลับก็เป็นเวลาของคุณพ่อคุณแม่สองคนแล้ว อ้อ..อย่างลืมแยกเตียงเจ้าตัวน้อยด้วยนะครับ ถ้านอนเตียงเดียวกันเป็นก้างขวางคอแล้วยิ่งทำอะไรกันลำบาก.


 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

Source

    พ่อแม่ทุกคนรักลูก พ่อแม่ทุกคนล้วนปรารถนาอยากจะให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก เพียงแต่ต้องขี้นอยู่กับเงื่อนไขและปัจจัยชีวิตว่าจะทำสิ่งที่ปรารถนาให้ลูก ได้มากน้อยแค่ไหนตามข้อจำกัดที่มีอยู่

      เวลาพูดถึงความรัก เราไม่สามารถวัดขนาดของมันได้ว่า ความรักของพ่อแม่ครอบครัวไหนจะรักลูกมากกว่าครอบครัวนั้น ครอบครัวนี้ เพราะเราไม่มีมาตรวัดขนาดของความรัก และความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกก็ปราศจากเงื่อนไข

      สิ่งที่พอจะประเมินความรักของพ่อแม่ได้ ก็ต้องดูที่ผลลัพธ์จากตัวลูก ว่าเป็นผลผลิตของความรักแบบไหน เขาเติบโตขึ้นไปเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่เช่นไร แล้วจึงจะสะท้อนได้ว่าเป็นผลผลิตจากความรักที่ถูกวิธีหรือไม่ ถูกเลี้ยงดูมาแบบรักมากเกินไป รักน้อยเกินไปหรือเปล่า เพราะเรื่องความรัก นอกจากต้องใช้สัญูชาตญาณของความเป็นพ่อแม่ในการเลี้ยงดู ก็ต้องมีความรู้ควบคู่ด้วยจึงจะถูกวิธี มิเช่นนั้นแล้วอาจกลายเป็นทำร้ายลูกก็ได้

      แล้วพ่อแม่แบบไหนที่ใช้ “ความรัก”ทำร้ายลูก ตรวจสอบกันดูหน่อยว่าคุณเป็นพ่อแม่ประเภทไหน เข้าข่ายทำร้ายลูกหรือไม่

ประเภทแรก – กลัวลูกลำบาก

      พ่อแม่ประเภทนี้มักจะทำทุกสิ่งอย่างให้ลูก เพราะกลัวว่าลูกจะลำบาก กลัวลูกอด กลัวลูกเจ็บ ฯลฯ กลัวไปซะทุกเรื่อง ไม่ยอมให้ลูกลำบากตรากตรำ คอยปรนนิบัติพัดวีให้ทุกอย่าง เมื่อมีปัญหาใด ๆ ก็มักจะยื่นมือไปช่วยเหลือในทันที แทบจะไม่ปล่อยให้ลูกเผชิญกับปัญหาหรือความลำบากเลย ถ้าเป็นลูกเล็ก แม่ก็จะคอยอุ้มอยู่ตลอดเวลา ไม่ค่อยยอมปล่อยให้ไปคลุกดินคลุกทราย หรือเดินโดยลำพัง พอเริ่มโต ก็จะมีคนคอยเดินตามประกบทุกฝีก้าว และเมื่อเด็กพลาดล้มก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปทันที

ประเภทที่สอง – ทดแทนชีวิตวัยเด็ก

      พ่อแม่ประเภทนี้ต้องการให้ลูกทดแทนบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปของพ่อแม่ เมื่อวัยเด็ก อะไรที่ไม่เคยมี ก็อยากให้ลูกได้มี อะไรที่ไม่เคยทำ ก็อยากให้ลูกได้ทำ หรือเมื่อครั้งวัยเด็ก พ่อหรือแม่อาจมีฐานะไม่ดีนัก หรือมีปมด้อย หรือลำบากมาก่อน พ่อแม่ประเภทนี้จะฝังใจอยู่กับอดีต ฉะนั้นเมื่อตัวเองประสบความสำเร็จก็พยายามชดเชยอะไรบางอย่างให้กับลูกตลอด เวลา

ประเภทที่สาม – ขีดเส้นให้ลูกเดิน

      พ่อแม่ประเภทนี้จะเชื่อว่าเส้นทางที่เลือกไว้ให้ลูกคือเส้นทางที่ดีที่สุด เสมอ และมักเชื่อว่าตัวเองได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก โดยที่จะพูดย้ำกับลูกอยู่เสมอว่าเพราะพ่อแม่รักลูกถึงเลือกเส้นทางชีวิตเช่น นี้ให้ลูก โดยไม่ฟังเสียงของลูก เช่น อยากให้ลูกสืบทอดกิจการ ก็วางเส้นทางเพื่อให้ลูกเดินตามรอยที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ได้ดูความถนัดหรือความชอบของลูกเลย ปัจจุบันเด็กไทยประสบปัญหาข้อนี้อย่างมากในแทบทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเรียน ที่เด็กมักเลือกเรียนตามที่พ่อแม่ต้องการมากกว่าที่จะรู้ว่าตัวเองชอบหรือ ถนัดอะไรหรือมีเป้าหมายชีวิตของตัวเองชัดเจน

ประเภทที่สี่ – ลูกฉันไม่เคยผิด

      พ่อแม่ประเภทนี้เป็นพ่อแม่ที่ปกป้องลูกตลอดเวลา ไม่ว่าลูกจะมีปัญหาอะไรกับใคร หรือมีปัญหากับสมาชิกในครอบครัว พ่อแม่ก็มักปกป้องลูกอยู่ดี ลูกฉันไม่เคยผิด แม้ลูกจะทำผิดก็โทษผู้อื่นเสมอ เวลาลูกมีปัญหากับใคร พ่อแม่ก็มักออกโรงปกป้องเต็มที่ ซึ่งหารู้ไม่ว่าลูกประเภทนี้มักจะมีปัญหาเมื่อเขาเติบโตขึ้นเสมอ

ประเภทที่ห้า – รู้ไม่เท่าทันลูก

      พ่อแม่ประเภทนี้พร้อมจะเชื่อลูกทุกอย่าง ลูกบอกอะไรก็เชื่อ โดยไม่ได้สนใจหรือตรวจสอบเลยว่าลูกทำอะไร ลูกคบเพื่อนแบบไหน ลูกทำสิ่งที่เหมาะสมหรือเปล่า พ่อแม่ประเภทนี้มักขาดความรู้ เช่น ลูกขอซื้อคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือด้วยเหตุผลเพื่อนำมาใช้หาความรู้ ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องใช้สเปคสูงๆหรือราคาแพงจนเกินไป แต่ด้วยความที่เชื่อลูก ก็ให้เงินซื้อมาอย่างง่ายดาย โดยในความเป็นจริงลูกอาจนำมาเล่นเกมหรือใช้อย่างไม่เหมาะสม โดยที่พ่อแม่ไม่รู้ หรือไม่ตรวจสอบ หรือไม่ได้สนใจด้วยซ้ำไป

ประเภทที่หก – เข้มงวดเกินไป

      พ่อแม่ประเภทนี้มักจะไม่ยอมให้ลูกอยู่นอกสายตา ไม่ว่าลูกจะทำอะไรจะคอยกำกับอยู่เสมอ จะไม่ยอมให้ออกนอกลู่นอกทางเด็ดขาด ส่วนใหญ่จะมีกฏเกณฑ์กติกาและตารางชีวิตสำหรับลูก เช่น ถึงเวลาอ่านหนังสือ ได้เวลาไปเรียนกวดวิชา ไม่อนุญาตให้ไปเที่ยวกับเพื่อนลำพังจะต้องไปด้วยทุกครั้ง ฯลฯ พ่อแม่มักไม่ค่อยผ่อนปรน สิ่งใดที่ไม่เห็นด้วยจะไม่ยอมให้ลูกทำเด็ดขาด ส่วนใหญ่ลูกจะอึดอัด และสุดท้ายจะนำไปสู่การโกหกและหลีกหนี

ประเภทที่เจ็ด – กลัวลูกเหลิง

      พ่อแม่ประเภทนี้ไม่ยอมแสดงความรักที่มีต่อลูก รวมไปถึงไม่ยอมชื่นชมหรือให้กำลังใจเมื่อลูกทำสิ่งใดได้ เพราะกลัวว่าลูกจะเหลิง เข้าข่ายรักนะแต่ไม่แสดงออก วิธีคิดแบบนี้ ลูกอาจจะคิดว่าพ่อแม่ไม่รัก และหันออกไปหาความรักนอกบ้าน จากเพื่อนหรือคนอื่นๆที่แสดงความรักและเห็นว่าเขามีคุณค่า ซึ่งหากเขาพบคนที่ดีก็โชคดี แต่ถ้าเจอคนที่มาหลอกลวงนำพาไปสิ่งที่ไม่เหมาะสมก็เป็นอันตรายยิ่ง

      ทั้ง 7 ประการล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรคของความรักที่พ่อแม่มีต่อลูก และอาจนำไปสู่การแปรเปลี่ยนเป็นทำร้ายลูกได้ความรักเป็นเรื่องสำคัญที่สุดใน การเลี้ยงดูลูก ความรักที่พอดีจะทำให้ลูกเติบโต มีพัฒนาการสมกับวัยของเขา แต่ถ้าเมื่อไรพ่อแม่ให้เขามากเกินไปจนเขาสำลักความรัก เขาก็จะอ่อนแอในการใช้ชีวิต

      หรือถ้าคุณไม่มีความรักให้กับเขาเลย เขาก็จะอ่อนแอเกินกว่าจะเผชิญกับสิ่งต่าง ๆ ในโลกได้เช่นเดียวกัน พ่อแม่เป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับลูก ความรักของพ่อแม่ต้องมีสมดุล.


 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

Source

นี่คือ 10 ภาพเปรียบเทียบชีวิตของคุณผู้ชายก่อนและหลังแต่งงาน มาดูกันว่าชีวิตหลังสละโสดและการมีครอบครัวของผู้ชายอย่างเราจะเป็นอย่างไร แลดูมีความสุขดีเหมือนกันนะ

 

ก่อนหน้าแต่งงานคุณกับแฟนไปไหนไปกัน แต่พอหลังแต่งมีครอบครัว จะไปไหนยังไงก็ต้องคิดถึงเจ้าตัวเล็ก
เป็นอันดับแรก

 

family-man1

 

 

 

สมัยเป็นชายโสด ตู้เย็นคุณมีแต่ความว่างเปล่า แต่พอมีครอบครัว ตู้เย็นคุณจะเต็มไปด้วยของกิน
ข้อนี้ต้องขอบคุณภรรยานะ อิอิ

 

family-man2

 

 

 

ชายโสด นอนคนเดียวสบาย ๆ แต่พอแต่งงานมีครอบครัว เตียงที่เคยกว้างก็แคบลงทันตา

 

family-man3

 

 

 

สมัยยังโสด กระเป๋าเดินทางใบเดียวเอาอยู่ แต่พอมีครอบครัว กระเป๋าใบเดียวไม่เคยพอ

 

family-man4

 

 

 

สมัยอยู่คนเดียว รถต้องสวยและเร็ว แต่พอมีครอบครัว สิ่งสำคัญคือใช้ขนของให้คุณเมียและลูก ฮ่าๆๆ

 

family-man5

 

 

 

สมัยยังโสด เที่ยวผับ แดนซ์กระจาย แต่พอมีครอบครัว มีเจ้าตัวเล็ก จะเที่ยวทั้งทีต้องมาได้ทั้งครอบครัว

 

family-man6

 

 

 

สมัยอยู่คนเดียว อยากกินไรก็กิน แต่พอมีครอบครัวเป็นฝังเป็นฝา ต้องพิถีพิถันหน่อย รักสุขภาพจ้า

 

family-man7

 

 

 

ตอนอยู่คนเดียว ห้องน้ำคุณไม่มีอะไรมาก แต่พอมีครอบครัวเท่านั้นแหละ แชมพู ยาสระผม ครีมนวดมาจากไหนไม่รู้

 

family-man8

 

 

 

ตอนยังโสด ลุ้นบอลทีมโปรดคนเดียว แต่พอมีครอบครัว เริ่มหันมาดูรายการสำหรับเจ้าหนูน้อย

 

family-man9

 

 

 

ตอนเป็นโสด คุณมีเวลาออกกำลังกายเรียกความฟิต แต่พอเป็นพ่อบ้านใจกล้า หน้าที่หลักคือรับใช้คุณเมียและลูก

 

family-man10


 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

Source

 
Page 1 of 4